ตัวช่วยทางการตลาดที่จะทำให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จ

ถ้าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังจะทำธุรกิจ แต่คุณยังไม่รู้ว่าวิธีการทำธุรกิจทำอย่างไรถึงจะตรงกับกระแสของการตลาดยุค Digital Marketing และคุณเองก็ไม่มีเวลามากพอที่จะศึกษาการทำการตลาดด้วยตนเอง เราจะพาไปให้คุณได้รู้จักตัวช่วยที่จะทำให้ธุรกิจของคุณเป็นไปอย่างเรียบง่าย นั่นคือ Digital Agency มาดูกันว่างาน Digital Agency มีลักษณะอย่างไรบ้าง

งาน Digital Agency คือตัวแทนที่ให้คำแนะนำในการพัฒนาธุรกิจเชิงสร้างสรรค์แก่ลูกค้าในด้านกลยุทธ์ทางการตลาด  และเทคนิคในการพัฒนา ซึ่งทั้งหมดนั้นจะเป็นการให้บริการผ่านสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์ สังคมออนไลน์ ป้ายประชาสัมพันธ์ดิจิตอล แอพพลิเคชั่น โปรแกรมต่างๆ งาน Digital Agency จะคอยแนะนำแนวทางทางธุรกิจให้กับลูกค้าที่มาขอคำปรึกษา ผู้ที่ให้บริการ Digital Agency ต้องเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเข้าใจระบบต่างๆ ของสื่อที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการทำการตลาด

งาน Digital Agency ให้บริการมีมากมาย หลักๆที่เป็นงาน Digital Agency มีดังนี้

  • งานออกแบบ และพัฒนาเว็บไซต์
  • งานเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาข้อมูลให้ติดอันดับการค้นหาในตำแหน่งที่ดีที่สุดบน Search Engine
  • การตลาดในโลกสังคมออนไลน์
  • ทำการ Content
  • การสร้างโอกาสในการขายออนไลน์
  • การพัฒนาและการจัดการธุรกิจออนไลน์
  • การทำการตลาดผ่าน E-mail
  • ทำแคมเปญผ่านสื่อต่างๆ
  • ทำแคมเปญผ่านโทรศัพท์มือถือ

การวัดผลความสำเร็จจากการทำงาน Digital Agency อยู่ที่ประสิทธิภาพที่ทำให้กลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายว่ารู้จักสินค้าและบริการของลูกค้าที่มาขอคำแนะนำจาก Digital Agency มากน้อยเพียงใด

ทริคเริ่มต้น เลือก Agencyโฆษณา ให้เป็น

คำถามก็คือ.. ปัจจุบันมี Agencyโฆษณา เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งเกิดเป็นการตลาดและการแข่งขันกันอย่างแพร่หลาย ทำให้แต่ละบริษัทต้องงัดไม้เด็ดออกมากันอย่างบ้าคลั่ง โปรโมชั่นเอย ราคาเอย ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจและล่อหน้าล่อตากับลูกค้าอย่างเราๆมาก แต่ว่าสิ่งสำคัญในการตัดสินใจเซ็นสัญญาอยู่ที่ความสามารถและ ประสิทธิภาพของ Agencyโฆษณา วันนี้เราจึงมารู้ทริคในการเลือก Agency เหล่านี้กันเถอะ

พวกเขามีทีมงานที่พร้อมไปในทุกด้าน จำเป็นอย่างยิ่งในความพร้อมของบริษัท Agencyโฆษณา ที่จะต้องมีลูกทีมที่ค่อนข้างมีประสบการณ์ และ ครบครัน เช่น ทีมทำContent Marketing ทีมทำ Infographic  ทีมติดต่อประสานงานและฝ่ายอื่นๆอีกมากมายที่ต้องทำงานกันอย่างเป็นระบบสิ่งเหล่านี้ จะช่วยให้โอกาสการทำโฆษณาของคุณประสบความสำเร็จสูง

พวกเขาใช้วิธีการประเมินผลแบบไหน การประเมินผลลัพธ์เป็นเรื่องสำคัญมากเพราะมันจะเป็นตัวชี้วัดว่าบริษัทของคุณจะประสบความสำเร็จได้มากขนาดไหน? โดยถ้าสามารถวัดเป็นตัวเลขได้จะยิ่งทำให้มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งถ้าผลออกมาดีหรือไม่ดีนั้นก็ไม่ต้องแปลกใจนะครับ ซึ่งหากผลดีเราสามารถนำผลที่ได้ไปต่อยอดให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้าหากผลสรุปออกไม่ดี ทาง Agencyโฆษณา จะต้องเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าได้นำไปต่อยอดและปรับปรุงแบรนด์ของตัวเองได้ในอนาคต

พวกเขาเข้าใจสินค้าและแบรนด์ของคุณอย่างแท้จริง การคิด Content Marketing ในส่วนนี้จะต้องอาศัยถึงความเข้าใจต่อสินค้าและแบรนด์ของเรา เพราะเขาจะทราบถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง และสามารถวิเคราะห์ ถึงกลยุทธ์การตลาดที่จะใช้ได้ การเข้าใจถึงสินค้าและแบรนด์ของเราอย่างแท้จริง จึงทำให้ Agencyโฆษณา มีความสามารถที่จะนำพาคุณไปสู่จุดมุ่งหมายสูงสุดได้นั่นเอง

ดังนั้นนี่ก็เป็นทริคเล็กๆน้อยๆที่ผมนำมาฝากให้อ่านและศึกษากันเบื้องต้นนะครับ เพราะลึกๆแล้ว การที่คุณจะเลือกบริษัท Agencyโฆษณา  สักที่หนึ่งคุณต้องตัดสินใจต่อปัจจัยหลายๆอย่าง เช่น เงินที่ใช้ในการโฆษณา ความมีชื่อเสียงของบริษัท เทคนิคการติดต่อและประสานงาน ซึ่งล้วนเป็นผลการตัดสินใจทั้งสิ้นของคุณทั้งนั้น เพราะแบบนั้นการจะเลือก Agencyโฆษณา   สักที่หนึ่งคุณจึงต้องศึกษาข้อมูลของเขาให้ดีก่อนเลือก ไม่อย่างนั้นคุณจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบซะเอง

หรือหากต้องการหา Agency การจัดงานอีเว้นท์ สามารถติดต่อได้ที่นี่ >> 365Creation  รับจัดงานอีเว้นท์

ขั้นตอนแรกในการเริ่มการตลาดบนออนไลน์สำหรับธุรกิจท้องถิ่น

การสร้างสถานะว่าธุรกิจของคุณมีตัวตนบนโลกออนไลน์นั้น ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายมาก และนี่คือ 3 วิธีเริ่มต้นสำหรับธุรกิจท้องถิ่น

1. เพิ่มธุรกิจของคุณไปยังเว็บไดเร็กทอรี่

ปัจจุบันนี้คงไม่มีใครเปิดสมุดหน้าเหลืองเพื่อค้นหาร้านค้ากันแล้ว ลองเพิ่มร้านของคุณลงไปยังเว็บไดเร็กทอรี่ดู เพื่อให้แสดงข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของคุณแก่ลูกค้าเวลาค้นหา สำหรับประเภทของไดเร็กทอรี่ที่เหมาะแก่การลงข้อมูลร้านค้ามีอยู่หลักๆ ดังนี้

Search engine directories : เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นหมายเลยโทรศัพท์ ที่อยู่ เวลาทำการ เช่น Google My Business, Bing Places for Business หรือ Yahoo! Local
Local directories : สำหรับการอ้างอิงธุรกิจของคุณในบางเว็บที่รวบรวมรายชื่อตามเมือง เขต
Review-centric directories : หากการรีวิวของลูกค้าเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจของคุณ ลองใช้บริการเว็บไซต์ที่มีการจัดลำดับเรทติ้งและรีวิว ปัจจุบันมีหลายเว็บที่เปิดให้ลงทะเบียนฟรี เช่น Yelp, Angie’s List และ Merchant Circle
Industry-specific directories : หากธุรกิจของคุณอยู่ในกลุ่มธุรกิจที่ค่อนข้างจำเพาะเจาะจง วิธีง่ายๆ ที่จะค้นหากลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องคือใส่ “keyword” ลงไปด้วย เพื่อให้ผลการค้นหาเชื่อมโยงกับไดเร็กทอรี่อัตโนมัติ

2. สร้างโซเชียลมีเดีย

เกือบสองในสามของผู้ใหญ่ชาวอเมริกันมีการใช้โซเชียลมีเดีย จึงควรอย่างยิ่งที่จะปล่อยให้พลังของโซเชียลมีเดียนี้ช่วยคุณในการโปรโมทร้านค้า แต่แพลตฟอร์มไหนที่จะเหมาะกับธุรกิจของคุณ? ช่องทางของโซเชียลมีเดียแต่ละอันนั้นมีความเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงต้องทราบว่ากลุ่มลูกค้าของธุรกิจคุณเป็นประเภทไหน ใช้เวลาบนโลกออนไลน์มากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ การลงโฆษณาบนโซเชียลมีเดียก็เป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยให้คุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี

3. เริ่มต้นอีเมลมาร์เก็ตติ้ง

ตัวช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของคุณทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ก่อนอื่นจะต้องมีรายชื่อและอีเมลแอดเดรสของลูกค้าในมือ รวมถึงเพิ่มช่องทางในการได้อีเมลลูกค้ากลุ่มใหม่เข้ามา จากนั้นทำการสร้างเนื้อหาที่จะส่งไปให้กลุ่มลูกค้า ต้องดึงดูดให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับสินค้าและบริการของคุณ ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงผู้ให้บริการอีเมล ว่าทางไหนจะช่วยให้คุณเติบโตได้ด้วยราคาที่สมเหตุสมผล

และนี่เป็นเพียงขั้นตอนแรกในการเริ่มการตลาดบนออนไลน์สำหรับธุรกิจท้องถิ่นที่อยากจะโปรโมทร้านค้าทางโลกออนไลน์ หากอนาคตมีการทำเว็บไซต์เป็นของตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะคุณมีฐานลูกค้าเดิมที่รู้จักตัวธุรกิจของคุณอยู่แล้ว